ขับรถมาได้เลย! ปัตตานี อย่างเจ๋ง ฉีดวัคซีนโควิดกลุ่มเป้าหมายแบบไดรฟ์ทรู รวดเร็ว – ไม่เสี่ยงแออัด

วิกฤตในประเทศไทยขณะนี้ต้องบอกเลยว่าใครที่ยังสามารถดูแลตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยโดยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนใดๆ ก็ต้องดูแลตัวเองอย่างดีไปก่อน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการได้รับวัคซีนที่ดีที่สุดโดยเร็ว แต่การฉีดวัคซีนที่เห็นได้ทั่วไปจะมีการต่อคิวรออย่างหนาแน่น ต่างจากที่ปัตตานี.

โดยประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ได้รายงานความคืบหน้าในการทยอยฉีดวัคซีนให้กับประชาชนว่า ขณะนี้ที่จังหวัดปัตตานี ได้มีการเปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19แบบไดรฟ์ทรู (Drive Thru) แล้ว

บริการนี้ทางสาธารณะสุขจังหวัดแจ้งว่า จะเปิดเฉพาะวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคารจอดรถ อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 มีดังนี้
1. ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานี (ต้องใช้บัตรประชาชน)
2. กลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
3. กลุ่มโรคเรื้อรัง (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, หัวใจหลอดเลือด, ไตวายเรื้อรัง, หลอดเลือดสมอง, มะเร็ง, โรคอ้วน, โรคเบาหวาน)
4. หญิงตั้งครรภ์ อายุ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
และ 5. ผู้พิการ

ขณะเดียวกัน ด้านนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด , นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี , นายอำเภอเมืองปัตตานี , คณะบุคลากรจากโรงพยาบาลปัตตานีและอำเภอเมืองปัตตานี ที่ได้ให้บริการฉีดวัคซีนโควิดแบบไดรฟ์ทรู (Drive Thru) เพื่อการทดลองระบบในการพัฒนาสู่การให้บริการอย่างเป็นทางการทั้งจังหวัดปัตตานีต่อไป

โดยการฉีดวัคซีนแบบไดรฟ์ทรู เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มสูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์และผู้พิการ ที่ไม่สะดวกรับการฉีดวัคซีนตามหน่วยฉีดปกติ ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่บุตรหลานผู้ที่พามาฉีดวัคซีนที่จะว่างดฉพาะเสาร์ – อาทิตย์เป็นการเพิ่มโอกาสให้คนปัตตานีให้เข้าถึงวัคซีนโควิด-19ได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ยังได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี , โรงพยาบาลปัตตานีและอำเภอเมืองปัตตานี เป็นการฉีดให้แก่ประชาชนกว่า 100 คน สร้างความสะดวกแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

ขณะที่ด้านสถานการณ์ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ของจังหวัดปัตตานี มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 163 ราย เสียชีวิตล่าสุด 7 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 7,863 ราย รักษาหาย 4,586 ราย เสียชีวิตสะสม102 ราย และ กำลังรักษา 3,175 ราย

Facebook Comments Box